แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หัวใจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หัวใจ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

โรคหัวใจขาดเลือด(แต่ไม่ขาดรัก)

หลายคนคงจะพอรู้อยู่บ้างว่าโรคแต่ละโรคมีความรีบด่วนเร่งด่วนไม่เท่ากัน บางโรคทนๆไปก็หายเองได้ บางโรคเป็นมากๆค่อยรักษาก็ได้ แต่บางโรคแม้อาการยังไม่มากช่วงแรกแต่ทรุดลงเร็ว บางโรคการไปพบแพทย์เร็ว หมายถึงโอกาสหายที่มากขึ้น และบางโรคอาการอาจจะมาก แต่การล่าช้าแม้ไม่กี่นาทีก็อาจถึงชีวิตได้ วันนี้จะมาพูดถึงโรคๆหนึ่งที่ไม่ว่าใครก็ตามที่เป็น ควรรีบไปพบแพทย์ทันที ถ้าเราเป็นไม่มากก็อาจไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นมาก โรคนี้สามารถทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ทีเดียว โรคที่พูดถึงนี้คือ โรค"หัวใจขาดเลือด"

ทำไมหัวใจถึงขาดเลือด
ปกติหัวใจของเรามีเส้นเลือดใหญ่ๆมาหล่อเลี้ยงอยู่ 3 เส้น แต่ถ้ามีอะไรมาอุดตันก็จะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้ สิ่งที่มีอุดส่วนใหญ่ก็จะเป็นเหล่าไขมันที่มาเกาะตามผนังเส้นเลือด ถามว่าแล้วไขมันนี้มาจากไหน คำตอบคือสามารถมีได้ในทุกๆคน เมื่อเราอายุมากขึ้น เพียงแต่ว่าจะมากจะน้อย ก็ขึ้นกับแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน การออกกำลังกาย โรคประจำตัวอย่างเบาหวาน ไขมัน ความดันเลือดสูง ล้วนแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดไขมันพอกตามผนังเส้นเลือดมากขึ้นทั้งนั้น และยิ่งถ้าเป็นผนังเส้นเลือดที่หัวใจแล้้ว ก็ยิ่งมีโอกาสเป็นโรคหัวใจขาดเลือดเพิ่มขึ้น

ลองนึกถึงกล้ามเนื้อก้อนหนึ่งในร่างกาย ขนาดใหญ่เท่ากำปั้น แต่มีหน้าที่บีบส่งเลือดให้ไปเลี้ยงทั่วร่างกาย กล้ามเนื้อนี้ทำงานทุกวัน ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง (อย่างกับ เซเว่นอีเลฟเว่น) ไม่เคยหยุดพัก ไม่ใช่ตั้งแต่คุณเกิดนะ ความจริงมันเริ่มทำงานตั้งแต่คุณอยู่ในท้องของคุณแม่ด้วยซ้ำไป ดังนั้นมันเป็นกล้ามเนื้อที่ต้องการพลังงานตลอดเวลา เกิดโดนตัดท่อส่งอาหาร ซึ่งก็คือหลอดเลือดของเรา กล้ามเนื้อบางส่วนนั้นจะตายไปภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ทำให้การบีบตัวของมันแย่ลง และถ้ามันเป็นมากพอหัวใจของเราก็อาจจะหยุดเต้นไปเลยก็ได้ (เริ่มฟังดูน่ากลัวใช่มั๊ยค่ะ)

อาการของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เป็นยังไง
อาการหลักๆคืออาการเจ็บหน้าอก อาจจะตรงกลาง หรือค่อนไปทางด้านซ้ายก็ได้ แต่ลักษณะอาการเจ็บจะเป็นอาการปวดแบบแน่นๆ "แน่นเหมือนมีอะไรมาทับไว้" (ถ้าเป็นเจ็บแบบจี๊ดๆ หรือบีบๆ หรือเจ็บตามการหายใจ มักจะเป็นอาการของโรคอื่นมากกว่าค่ะ) และมักจะร้าวไปตามแขนข้างซ้าย หรือกรามด้านซ้าย โดยทั่วไปมักจะเป็นสัมพันธ์กับการออกกำลัง หรือทำงาน แต่บางคนก็อาจเป็นขึ้นมาเฉยๆทั้งที่นั่งพักอยู่ก็มี

อาการของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดมีความรุนแรง 3 ระดับ แบ่งตามอาการคร่าวๆก็คือ

ระดับเบาสุด อันนี้มีการตีบของเส้นเลือดอยู่ แต่โชคดีที่เป็นเส้นเลือดปลายๆ ที่เลี้ยงหัวใจบริเวณเล็กๆ อาจมีการตายของกล้ามเนื้อหัวใจบางส่วน แต่เป็นส่วนน้อย ระดับนี้เหมือนคนถูกลดเงินเดือน ยังพออยู่ได้ แต่ไม่ได้อิ่มหนำสำราญ มีความสุขแบบที่เคยมีในกลุ่มนี้จะมีอาการเจ็บหน้าอกเฉพาะเวลาที่ต้องทำงานหนักๆ หรือมีความเครียด บางคนบอกได้ว่าเดินขึ้นบันไดหนึ่งชั้นก็จะเจ็บหน้าอก หรือเหนื่อยมาก ต้องพักระหว่างชั้น เป็นต้น แต่ในภาวะปกติก็ยังปกติสบายดีอยู่ กลุ่มนี้ควรไปพบแพทย์ แต่ไม่ได้เร่งด่วนมากนักค่ะ คนส่วนใหญ่จะพลาดอาการนี้ไป เพราะว่าถ้าอาการนี้เกิดกับคนแก่ ก็ชอบคิดว่า "แก่แล้วก็เหนื่อยง่ายแบบนี้ เป็นเรื่องธรรมดา" 

ระดับกลาง อันนี้มีกล้ามเนื้อหัวใจตายเป็นบริเวณที่ใหญ่ขึ้น เหมือนคนตกงานไม่มีเงินเดือน ก็จะเริ่มไม่มีเงินที่จะใช้จ่าย อาการก็จะเจ็บหน้าอกในลักษณะที่ได้กล่าวมา แต่ว่าเป็นแม้ว่าจะนั่งพัก ก็ยังไม่หาย หนำซ้ำเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนใหญ่คนไข้กลุ่มนี้จะไปพบแพทย์ค่อนข้างเร็ว เพราะรู้สึกว่าอยู่ไม่ได้ ปวดมาก

ระดับรุนแรง กลุ่มนี้เหมือนตกงาน และยังมีหนี้สินด้วย  (เปรียบเทียบไม่ค่อยเป็นมงคล แต่ก็เห็นภาพดีนะคะ อย่าถือสากันเลยค่ะ) คือมีการตีบของเส้นเลือดอาจจะตั้งแต่ต้นทาง หรือเป็นหลายๆเส้นพร้อมกัน ทำให้กล้ามเนื้อขาดเลือดเป็นบริเวณกว้าง ถ้ายังมีสติบอกได้ จะมีอาการเจ็บหน้าอกอย่างมาก จนทนไม่ไหว หอบเหนื่อย หายใจไม่ทัน แต่บางคนอาจหมดสตินิ่งไปเฉยๆ หรือเสียชีวิตทันทีก็มี

แล้วต้องทำยังไง
ง่ายมากค่ะ ถ้าไม่มั่นใจให้รีบไปพบแพทย์ทันที ความจริงแล้วก็มีอยู่หลายโรคที่มีอาการเจ็บหน้าอกได้เช่น โรคกระเพาะ โรคกระดูกอ่อนซี่โครงอักเสบ โรคติดเชื้อปอด หรือปวดกล้ามเนื้อทั่วๆไป แต่อาการเจ็บจะเป็นคนละแบบ คือมักจะเจ็บจี๊ดๆ หรือบีบๆ หรือเจ็บเวลาหายใจเข้ามากๆ ไม่เหมือนกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดที่เจ็บเหมือนมีอะไรมาทับ แต่ถ้าไม่มั่นใจและมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจขาดเลือดอยู่แล้ว เช่นเป็นเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันเลือดสูงอยู่เดิม ก็ควรรีบไปพบแพทย์ค่ะ
โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด, โรคหลอดเลือดหัวใจ, diary doctor is me, สิ่งที่คุณอาจไม่รู้ แต่หมออยากให้คุณรู้

การรักษาทางการแพทย์ส่วนใหญ่ถ้าตรวจคลื่นหัวใจ และผลเลือดยืนยันว่าเป็นโรคนี้จริงก็จะต้องนอนโรงพยาบาล ได้ยาทางหลอดเลือดดำ หรือต้องเข้าห้องผ่าตัด เพื่อทำการใส่สายสวนฉีดสี และทำบอลลูนเส้นเลือด ถามว่า"ฉีดสี และบอลลูนเส้นเลือด" คืออะไร??? อธิบายง่ายๆคือเหมือนเวลาท่อตันแล้วต้องทะลวงท่อค่ะ ทางการแพทย์เราจะสอดสายลวดเล็กๆไปตามหลอดเลือดโดยเข้าทางหลอดเลือดที่ขา สายลวดที่ว่านี้จะมีลูกโป่งที่หุบอยู่ตรงปลาย เมื่อไปถึงส่วนที่ตีบแล้วก็จะกางบอลลูนออกเพื่อทะลวงให้เส้นเลือดนั้นโล่ง หายจากการตีบค่ะ แต่อย่างไรก็ตามคนที่จะได้ทำสอดสายสวนเส้นเลือดหัวใจเนี๊ยจะต้องเป็นรายที่เข้าข่ายทำได้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษานะคะ

ป้องกันยังไง 
ฟังดูแล้วน่ากลัว ถ้าไม่อยากเป็นก็ อย่ากินอาหารมันๆ หรืออาหารไขมันสูง หรืออาหารที่มีน้ำตาลสูงๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ถ้าอายุมากกว่า 35 ปี ควรตรวจเลือดประจำปีทุกปี และถ้าเป็นเบาหวาน ความดันเลือดสูง หรือไขมันสูง ก็ควรกินยาควบคุมโรคอย่างสม่ำเสมอค่ะ

ป้องกันดีกว่าแก้ แย่แล้วแก้ไม่ทันค่ะทุกท่าน สวัสดีค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2556

ความดันสูง แล้วไงเหรอ??

ความดันโลหิตสูง, ความดันเลือดสูง, diary doctor is me, สิ่งที่คุณไม่รู้ แต่หมออยากให้คุณรู้

ความดันโลหิตสูง หรือที่เราเรียกกันสั้นๆบ่อยว่า "โรคความดันสูง" เป็นโรคที่คนสูงอายุเป็นกันมาก ส่วนใหญ่ต้องกินยาต่อเนื่อง และมักเกิดคำถามว่า "ก็สบายดี ทำไมต้องกินยาด้วย" "ความดันสูงแล้วทำไมเหรอ ก็ยังแข็งแรงดีอยู่" วันนี้จะมาอธิบายสำหรับคนที่อยากรู้ว่า "ความดันสูง แล้วไงเหรอ???"

มารู้จักความดันโลหิตกันก่อน
ความดันโลหิตหรือความดันเลือดก็เหมือนแรงดันน้ำในท่อน้ำ โดยที่ท่อก็คือเส้นเลือดของเรา และน้ำก็คือเลือดของเรา ส่วนปั๊มน้ำที่ปั๊มให้เกิดแรงดันก็คือหัวใจ หัวใจเราปกติบีบแล้วคลายแล้วบีบแล้วคลาย ช่วงที่บีบจะเป็นตอนที่ความดันเลือดของเราสูงที่สุด และตอนที่หัวใจคลายตัวจะเป็นตอนที่ความดันต่ำสุด เป็นสาเหตุที่ความดันเลือดจะมี 2 ค่า เช่น 129/70 ค่าแรกคือตอนหัวใจบีบตัว ค่าหลังคือตอนหัวใจคลายตัวค่ะ

ความดันโลหิตสูง ไม่ดีตรงไหน
นึกถึงปั๊มน้ำที่ส่งน้ำประปาให้เราใช้ที่บ้าน ปั๊มมันทำงานทุกวันเพื่อปั๊มน้ำขึ้นมาให้เราใช้ไม่ว่าบ้านของเราจะมีสองชั้น สามชั้น ก็ตาม ลองนึกว่านานๆเข้า เกิดท่อที่บ้านของเราเริ่มมีสิ่งสกปรกไปเกาะ บางส่วนก็เริ่มตีบ ยิ่งถ้าท่อที่ตีบเป็นท่อหลักใหญ่ๆ เราก็เริ่มต้องปรับให้ปั๊มน้ำทำงานมากขึ้น เพื่อให้มีน้ำเพียงพอกับที่เราใช้ เหมือนกันค่ะ เวลาที่เราอายุมากขึ้น หลอดเลือดของเราเริ่มตีบ ทั้งจากอายุการใช้งานมานาน และจากการที่มีไขมันมาเกาะตามหลอดเลือด ทำให้เส้นเลือดตีบ ร่างกายเราจะสั่งให้หัวใจต้องบีบตัวแรงขึ้น เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะของเราได้เพียงพอ

คิดง่ายๆแค่นี้ก็รู้แล้วว่า เวลาที่ความดันเลือดเราสูง หัวใจเราต้องทำงานหนักขึ้นแน่นอน อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องคิดคือ "แล้วทำไมเส้นเลือดเราถึงตีบหล่ะ?? " นั่นบ่งบอกถึงว่าเรามีไขมันในเลือด หรือหลอดเลือดในร่างกายของเราเริ่มเกิดปัญหา ดังนั้นการที่ความดันเลือดของเราสูงบ่งบอกทั้งสภาพหลอดเลือดของเราที่เริ่มมีปัญหา และหัวใจของเราที่กำลังทำงานหนัก

การศึกษาทั่วโลกยืนยันตรงกันว่า การมีความดันเลือดสูงกว่าปกติทำให้คนๆนั้นมีความเสี่ยงกับโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หลอดเลือดในสมองตีบ(ก็คือจะทำให้เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต) และโรคไตวาย ได้มากกว่าคนทั่วๆไป นอกจากนี้วันดีคืนร้ายความดันที่สูงๆก็สามารถทำให้หลอดเลือดที่มีปัญหาเหล่านี้แตกโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวได้เลยทีเดียว โดยเฉพาะถ้าเป็นหลอดเลือดในสมองก็อาจจะเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตได้เหมือนกัน นี่เป็นสาเหตุที่หมอทุกคนแนะนำให้คนไข้ความดันโลหิตสูงกินยา และควบคุมความดัน ทั้งๆที่ตอนนี้สบายดีอยู่ เพื่อป้องกันการเกิดโรคต่างๆที่เล่ามานั่นเอง

จะรู้ได้ยังไงว่าเป็นความดันเลือดสูง
ก็ต้องไปวัดความดันค่ะ ความดันคนทั่วไปอยู่ในช่วง 90/60-140/90 สูงแค่ตัวใดตัวหนึ่งก็ถือว่าสูงแล้วค่ะ มีข้อระวังอยู่นิดนึงคือ ความดันเลือดของเราปกติจะไม่คงที่ในแต่ละเวลา ถ้าเรากำลังตื่นเต้น ออกกำลังกาย หรือเดินมาเหนื่อยๆ สามารถทำให้ความดันสูงได้ โดยปกติถ้าเราวัดได้สูง จะได้รับการแนะนำให้นั่งพักจนหายเหนื่อยก่อน แล้วค่อยวัดใหม่ ถ้าลงอยู่ในเกณฑ์ปกติก็ถือว่าใช้ได้ค่ะ ยังไม่เป็นความดันโลหิตสูง

ต้องไปตรวจเมื่อไหร่
โรคความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่ไม่มีอาการ บางคนอาจมีอาการบ้างเช่น ปวดหัวบีบๆ เวียนหัว หรือบางคนก็เป็นอาการหนักๆอย่างอัมพฤกษ์ อัมพาตไปเลยก็มี โดยที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีความดันโลหิตสูง

โดยทั่วไปถ้าเราไปโรงพยาบาลก็จะได้รับการวัดความดันเลือดอยู่แล้ว แต่ถ้าสบายดีแล้วอยากไปตรวจเรียกว่าเป็นตรวจ Check up ร่างกาย แนะนำให้เริ่มตรวจตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไปเลย ตรวจอย่างน้อยทุก 2 ปี และถ้าอายุมากกว่า 35 ปี ควรตรวจอย่างน้อยทุกปี (ถ้าสูงแล้วก็อาจจะต้องตรวจบ่อยกว่านั้นนะคะ)

รักษายังไง
อันดับแรกก็เป็นการปฏิบัติตัว รสอาหารที่มีเกลือ หรือผงชูรสมากๆ (งดอาหารเค็ม) กินผักผลไม้ รสอาหารมันๆ ของทอด ลดน้ำหนักถ้ามีน้ำหนักเกิน งดแอลกอฮอล์ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ(อ่านเรื่องการออกกำลังเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ)

บางครั้งการปฏิบัติตัวอย่างที่ว่ามาแล้วก็จะลดความดันได้ระดับหนึ่ง แต่อาจจะยังไม่ปกติ ต้องอาศัยการกินยาช่วยด้วย แต่ถึงจะกินยาแล้วการปฏิบัติตัวที่เหมาะสมก็ควรทำต่อไปนะคะ ทำให้เราไม่ต้องกินยาเยอะค่ะ

อีกอย่างที่อยากบอกคือ โรคความดันโลหิตสูง เมื่อเป็นแล้วก็ต้องรักษาไปตลอดนะคะ ไม่มีการหายแล้วหยุดกินยาได้ อย่าได้เบื่อหรือรำคาญเลยค่ะ กินยาวันละ 3-4 เม็ด ดีกว่าเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตนอนติดเตียงนะคะ

ขอให้แข็งแรงกันทุกคนค่ะ

วันพุธที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2556

ความดันต่ำ จะเป็นอะไรมั๊ย

เวลาไปพบแพทย์ ทุกคนจะได้รับการวัดความดัน แต่ละคนก็จะได้เลขต่างๆกันไป คิดว่าหลายคนคงไม่ได้ใส่ใจนัก ถ้าคุณพยาบาลบอกว่าปกติ คนส่วนใหญ่ก็จะบอกว่า เขาว่าปกติก็ปกติ ไม่คิดมาก ประมาณนั้น แต่บางคนจะเจอปฏิกิริยาแปลกๆของคุณพยาบาล เช่น "ลองวัดซ้ำอีกทีละกัน" หรือถามว่า " เวียนหัว ปวดหัว หน้ามืดมั๊ย" "ทำไมความดันต่ำจัง" โดยเฉพาะผู้หญิง หรือผู้ชายตัวเล็กๆผอมๆเนี๊ย จะเจอได้บ่อยๆเลย คำถามคือ แล้วยังไงเหรอ วันนี้เราจะมาคลายตวามสงสัยของหลายคนเรื่องคามดันต่ำ
ความดันต่ำ, โรคภัยไข้เจ็บ, diary doctor is me, สิ่งที่คุณไม่รู้ แต่หมออยากให้คุณรู้

ความดันคนปกติ เท่าไหร่?
โดยปกติค่ากลางของความดันคือ 120/80 แต่จริงๆแล้วอยู่ในช่วง 90/60-140/80 เลขความดันของเรามี 2 ค่า เพราะว่าเวลาหัวใจบีบตัวจะความดันจะสูงขึ้น (เป็นเลขตัวแรก) แต่เมื่อหัวใจคลายตัวความดันจะต่ำลง (เป็นเลขตัวหลัง) ดังนันครั้งต่อไป ถ้ามีพยาบาลบอกว่าคุณความดีนสูง หรือความดันต่ำ อย่าลืมถามเขาว่าเท่าไหร่ และจำทั้งตัวสูง และต่ำนะคะ

ถ้าความดันต่ำจะเกิดอะไรขึ้น
ปกติค่าความดันเลือด แสดงถึงการสูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกาย ถ้าคามดันที่ต่ำกว่าปกติ โดยทั่วไปแสดงถึงภาวะที่ร่างกายมีเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆไม่พอ เช่น คนไข้ผ่าตัดที่เสียเลือดมาก คนไข้อุบัติเหตุมีเลือดออกมาก คนไข้ที่ท้องเสียปริมาณมาก เสียน้ำไปมาก คนไข้ที่อยู่ในภาวะช็อคจากการติดเชื้อ หรือจากการทำงานของหัวใจผิดปกติ

ถ้าร่างกายของเรามีเลือดมาเลี้ยงไม่พอจะทำให้มีอาการหัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น เพราะเมื่อเลือดมีน้อยลง หัวใจจึงพยายามสูบฉีดเลือดที่มีอยู่ให้วิ่งเร็วขึ้น เพื่อไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย (เหมือนถ้าบริษัทลดพนักงาน คนที่เหลืออ่ก็ต้องทำงานเพิ่มขึ้น)มีอาการวิงเวียน หน้ามืด เป็นลม หมดสติ เนื่องจากว่าสมองมีเลือดไปเลี้ยงไม่พอ และสุดท้ายเมื่อหัวใจสู้ไม่ไหว ก็สามารถหยุดเต้นได้เลยทีเดียว

ภาวะความดันต่ำในผู้ป่วยจึงเป็นภาวะเร่งด่วนในทางการแพทย์ ต้องรับรักษาในโรงพยาบาล และให้การรักษาที่เร็วที่สุด

แล้วถ้าความดันต่ำแต่สบายดีหล่ะ??
ก่อนอื่นต้องดูให้ีก่อนว่าเทคนิคการวัดความดันถูกวิธีหรือไม่ส่วนใหญ่ความดันต่ำจะเกิดจากการพันที่รัดแขนแน่นเกินไป แต่ถ้าเทคนิคก็ถูกต้องดี้ว ก็จะมีคนบางกลุ่มที่ความดันต่ำกว่าความดันของคนทั่วๆไป ได้แก่ เด็ก แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่ความดันต่ำกว่าปกติ ก็ยังพบได้ ส่วนใหญ่จะเป็นคนรูปร่างเล็ก ผอมๆ สบายดีทุกอย่าง แต่วัดความดันโลหิตทีไรก็ยังต่ำกว่าปกติเสมอ

ถามว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เหตุผลคือก็เป็นไปได้อยู่ ด้วยลักษณะรูปร่างและหลอดเลือดของเขา ทำให้ความดันโลหิตที่ต่ำๆก็เพียงพอต่อการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายแล้ว ดังนั้นถ้าเราเป็นคนหนึ่งที่สบายดีมาตลอด แต่บังเอิญวัดความดันได้ต่ำกว่าปกติอยู่เรื่อยๆ ก็ไม่ต้องกังวล เพราะร่างกายของเราปกติดี เวลาไปวัดความดันที่ไหน ถ้ามีคนทักว่าความดันต่ำ ก็อย่าลืมบอกเขาว่า ส่วนใหญ่วัดได้เท่าไหร่ เพืื่อให้ง่สยต่อการประเมิณของบุคลากรทางการแพทย์นะคะ

วันนี้สั้นๆ แต่หวังว่าจะทำให้หลายคนคลายกังวลนะคะ สวัสดีค่ะ