แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรคกระดูก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรคกระดูก แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข้อเข่าเสื่อม ทำยังไงดีนะ

มีคนมากมายที่มาหาหมอเพราะอาการปวดเข่า โดยเฉพาะคนที่อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป หลายคนหวังว่าหมอจะมียาที่ช่วยรักษาอาการปวดเข่าได้ และหลายคนก็ได้คำตอบกลับไปว่าเป็น "โรคเข่าเสื่อม" มันเป็นความเสื่อม เราไม่สามารถรักษาให้หายได้ี้ นอกจากผ่าเปลี่ยนเข่าไปเลย วันนี้จะมาขยายความให้มากขึ้น สำหรับคนที่กำลังมีปัญหานี้ค่ะ

โรคนี้เกิดจากอะไร
ก็อย่างที่ได้บอกไป โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นโรคของความ"เสื่อม" (ไม่ใช่เสื่อมเสียอะไรนะคะ) เหมือนกับรถที่ขับทุกวัน เมื่อถึงเวลามันก็ต้องเก่า จะวิ่งก็คงไม่ได้เร็ว ไม่ได้คล่องตัว และไม่ได้เงียบเท่าตอนถอยออกมาเป็นป้ายแดงใหม่ๆ

ข้อของเราเป็นจุดเชื่อมต่อของกระดูก 2 ชิ้นเข้าด้วยกัน โดยมีกระดูกอ่อนคั่นกลาง เพื่อป้องกันกระดูกสึกกร่อนเวลาที่โดนแรงกระแทก หรือเวลาที่มันเสียดสีกัน แต่เวลาที่เราเดินอยู่ทุกวัน ขยับมันทุกวัน กระดูกอ่อนนี้ก็มีการสึกกร่อนเหมือนกัน จนกระทั่งมันบางมาก และมีกระดูกบางส่วนเสียดสีกันในที่สุด อันนี้แหละค่ะก็จะเริ่มมีอาการของข้อเข่าเสื่อม

อาการของข้อเข่าเสื่อม
ส่วนใหญ่มักจะเริ่มเป็นที่เข่าสองข้าง อาจมีข้างหนึ่งเป็นมากกว่าอีกข้างหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่ก็จะมีการเสื่อมในเวลาไล่เลี่ยกัน อาการคือปวดเข่าเวลาที่เดิน เวลาที่ลงน้ำหนัก เวลานั่งเฉยๆ มักจะไม่เป็นอะไร ยกเว้นนั่งในท่าที่ต้องพับเข่ามากๆอย่างนั่งคุกเข่า นั่งกับพื้น เป็นต้น อาการปวดมักจะค่อยๆเป็นค่อยๆไป ไม่ได้มาปุบปับ บางคนหลายเดือน บางคนหลายปี ค่อยๆเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ

สิ่งสำคัญคือ ถ้ามีอาการอื่น อย่างเช่นการอักเสบคือ ข้อที่ปวดผิวหนังด้านนอกที่แดง และร้อน และเริ่มเป็นในเวลาสั้นๆ ไม่กี่วัน หรือไม่กี่สัปดาห์ อันนี้ต้องระวัง เพราะอาจเป็นสาเหตุจากโรคอื่นก็ได้ แต่ถ้าไม่มั่นใจ จะไปพบหาหมอ ให้ช่วยตรวจยืนยันก็ได้ค่ะ

เป็นแล้วต้องทำยังไง
ถ้าปวดมากสามารถซื้อยามาทา มานวด บรรเทาอาการได้ หรือจะซื้อยาแก้ปวดอย่าง พาราเซตมอล (ที่ชอบเรียกกันว่า ไทลินอล) มาทานก่อนได้ ยากินตัวอื่นไม่ค่อยแนะนำเพราะว่าถ้ากินต่อเนื่องระยะยาวอาจเกิดปัญหาได้ (ลองอ่านบทความเก่าเกี่ยวกับยาแก้ปวดดูได้ค่ะ) แต่นี่เป็นการรักษาจากปลายเหตุ เมื่อยาหมดฤทธิ์ โดยปกติก็จะกลับมาปวดเหมือนเดิมค่ะ

นอกจากนี้ก็จะมีการออกกำลังกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า เพือให้กล้ามเนื้อบริเวณนี้แข็งแรง จะช่วยพยุงข้อเข่าไว้ ลดอาการปวดได้ วิธีคือนั่งเก้าอี้ หลังตรง แล้วเหยียดเข่าออก ค้างไว้ 10 วินาที แล้ววางลง สลับกันไปมาแบบนี้ทั้งสองข้าง ข้างละ 30-40 ครั้งเลยนะคะ ทำไปเรื่อยๆจะช่วยลดอาการปวดเข่าได้ อันนี้เรียกว่า  Quadriceps exercise ค่ะ
osteosrthritis, ข้อเข่าเสื่อม, diary doctor is me, สิ่งที่คุณอาจไม่รู้ แต่หมออยากให้คุณรู้

ต่อมาที่ช่วยได้มากคือการลดน้ำหนัก เมื่อส่วนหนึ่งที่เข่าเสื่อมเกิดจากการรับน้ำหนักที่มากมาตลอดชีวิตของเราค่ะ การลดน้ำหนักก็จะทำให้อาการปวดลดลง

สุดท้ายถ้าไปพบแพทย์ ก็อาจจได้ยามาทาน เป็นยากลุ่ม NSAID ต้องระวังในคนสูงอายุ และคนที่เป็นโรคไต และถ้ากินระยะยาวควรกินยาลดกรดในกระเพาะอาหารร่วมไปด้วย เพราะยานี้กัดกระเพาะได้ค่ะ บางครั้งอาจได้รับการฉีดขาเข้าข้อ อันนี้ช่วยบรรเทาอาการได้นานขึ้น อาจหลายวัน หรือหลายสัปดาห์ แต่สุดท้ายก็จะกลับมาปวดเหมือนเดิม ปัญหาคือการฉีดขาเข้าข้อมากเกินไปจะทำให้กระดูกอ่อน และิเอ็นในข้อยิ่งบางลง เป็นอันตรายมากขึ้นได้นะคะ

และถ้าไม่ไหวจริงๆ คือปวดมาก และมีข้อเข่าผิดรูปร่วมด้วยก็สามารถผ่าตัดเปลี่ยนเข่าได้ ทั้งควรปรึกษาหมอศัลยกรรมกระดูกดูนะคะ และชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์ของการผ่าตัด และความเสี่ยงจากการผ่าตัดค่ะ ว่าจะคุ้มมั๊ย กับความเสี่ยงต่างๆค่ะ

ขาและเท้าเป็นพาหนะที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นบนโลกค่ะ

วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

โรคเก๊าท์

โรคเก๊าท์ (Gouty Arthritis) หลายคนคงเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของโรคนี้มาก่อน และบางคนปวดข้อนิดๆหน่อยๆก็เริ่มสงสัยว่าตัวเองเป็นโรคเก๊าท์ หรือบางคนก็บอกว่าตัวเองเป็นโรคเก๊าท์ไปเลยทั้งๆที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นจริงๆรึเปล่า วันนี้อยากมาอธิบายให้ความกระจ่างชัดว่า "โรคเก๊าืท์" เนี๊ยจริงๆแล้วมันคืออะไรกันแน่???

อะไรคือโรคเก๊าืท์
โรคเก๊าท์เกิดจากการสะสมของสารชนิดหนึ่งชื่อว่า "กรดยูริก" สารนี้ปกติก็จะมีอยู่แล้วในกระแสเลือด แต่ในคนที่เป็นโรคเก๊าท์จะมีกรดยูริกสะสมอยู่ในข้อมากผิดปกติ และก่อให้เกิดการอักเสบที่ข้อตามมา (อักเสบ= ปวด บวม แดง ร้อน)

อาการแบบไหน น่าจะเป็นโรคเก๊าท์
โรคนี้ส่วนใหญ่จะพบในผู้ชายวัยกลางคน หรือถ้าเป็นผู้หญิงก็มักจะเป็นวัยหลังหมดประจำเดือนค่ะ ส่วนอาการก็อย่างที่ทุกคนเข้าใจ โรคเก๊าท์จะมีอาการปวดข้อ แต่ไม่ใช่ปวดข้อธรรมดานะคะ ปวดแล้วข้อที่ปวดนั้นจะต้องมีลักษณะบวม แดง และร้อนด้วย นั่นคือมีการอักเสบของข้อนั้นนั่นเอง แต่ถ้าปวดๆ เป็นมากเวลาลงน้ำหนัก อันนั้นก็อาจจะไม่ใช่นะคะ แล้วข้อที่ปวดของโรคเก๊าท์ ช่วงเริ่มแรกใหม่ๆมักจะเป็นข้อเดียว พบมากที่สุดคือข้อนิ้วโป้งที่เท้า หรือข้อเท้า ความจริงแล้วอาการปวดข้อนี้แม้จะปวดมาก แต่สุดท้ายจะหายได้เองภายในช่วงไม่เกิน 2 สัปดาห์ และก็อาจจะกลับมาเป็นใหม่ได้อีก โดยอาจเป็นที่ข้ออื่น หรือข้อเดิมก็ได้ และหายได้เองเหมือนเดิม เป็นๆหายๆอยู่อย่างนี้ เรียกว่ามีช่วงที่โรคกำเริบ และโรคสงบ
gouty arthritis, โรคเก๊าท์, diary doctor is me, สิ่งที่คุณอาจไม่รรู้ แต่หมออยากให้คุณรู้

สำหรับโรคเก๊าท์ที่ไม่ได้รับการรักษา หรือไม่กินยา ไม่ควบคุมอาหาร(เรื่องอาหารเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังอีกทีนะคะ) ทิ้งไว้นานๆช่วงที่กำเริบมักเป็นหลายข้อมากขึ้น อาจย้ายมาที่ข้อมือ ไหล่ ได้ และอาจเป็นนานกว่า 2 สัปดาห์ นอกจากนั้นช่วงที่โรคสงบก็จะทิ้งร่องรอยเป็นปุ่มนูนแข็งๆ เหมือนกระดูกงอกขึ้นมาตามข้อได้

เวลาไปพบแพทย์ การวินิจฉัยนอกจากจะใช้การเอ็กซเรย์ข้อที่ปวดแล้ว อาจจะต้องเจาะข้อ โดยใช้เข็มเล็กๆดูดน้ำออกมาก เจ็บอยู่บ้างตอนฉีดยาชา แต่เพื่อเป็นการยืนยันการวินิจฉัยว่าถูกต้องค่ะ

รักษายังไง
การรักษาเริ่มแรกก็เป็นเรื่องอาหาร ต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้โรคเก๊าท์กำเริบ ได้แก่ เบียร์ เครื่องใน สัตว์ปีกอย่าง ไก่ เป็ด ห่าน และยอดผัก คำว่า"ยอดผัก" เนี๊ยหมายถึงส่วนของพืชที่อ่อนๆ กำลังเจริญเติบโต อย่าง ข้าวโพดอ่อน ยอดผักทุกชนิด ถั่วงอก เป็นต้น การกินอาหารที่ว่ามานี้นอกจากจะทำให้โรคเก๊าท์รักษายากแล้ว มักกระตุ้นให้เกิดการกำเริบของโรคด้วย

การกินยา ยาที่ว่านี้เป็นยาควบคุมกรดยูริกในเลือด ให้อยู่ในระดับต่ำ ทำให้มีการสะสมของกรดยูริกที่ข้อน้อยลง ต้องกินยาให้สม่ำเสมอ และบางทีอาจจะต้องกินยากันไปตลอดชีวิตเลยนะคะ อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะกินยาแล้ว แต่การงดอาหารที่กรดยูริกมากก็เป็นสิ่งที่ต้องทำนะคะ

ส่วนคนที่ไปตรวจร่างกายประจำปีแล้วเจอว่ามีกรดยูริกสูงในเลือด แต่ไม่เคยมีอาการปวดข้อเลย ก็ยังไม่ต้องกินยาค่ะ และยังไม่ได้เป็นโรคเก๊าท์ ถ้าปวดข้อแล้วค่อยมาว่ากันอีกทีกัน ถ้าสบายดีอยู่ก็ไม่ต้องกังวลเลยคะ่

การไม่ต้องไปหาหมอ เป็นลาภอันประเสริฐค่ะ สวัสดีค่ะ



วันอังคารที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2556

ข้อเท้าพลิก จะเป็นอะไรมากมั๊ย

ข้อเท้าพลิกเป็นการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นได้บ่อยมากๆ คนส่วนใหญ่น่าจะเคยเป็น ไม่ว่าจะเป็นสาวๆที่ตก(ส้น)ตึก หนุ่มๆที่เล่นกีฬาแล้วล้ม หรืออุบัติเหตุทางจราจรอย่างมอเตอร์ไซค์ล้ม ถ้าเกิดข้อเท้าพลิกแล้ว ปวดๆ เจ็บๆเล็กน้อยบางคนก็ไม่ได้กังวลอะไร พอเดินได้ก็เดินกันไป แต่บางคนข้อเท้าทั้งบวมทั้งเจ็บ เดินก็ไม่ค่อยไหวก็ต้องกังวลเป็นธรรมดา วันนี้จะมาเล่าเรื่องว่าด้วยข้อเท้าพลิกกันค่ะ

ข้อเท้าพลิกแล้ว เกิดอะไรขึ้น
โดยปกติเวลาที่เราขยับข้อเท้า ถ้าให้กระดกขึ้นกระดกลงก็จะทำได้โดยสะดวก แต่ถ้าให้เรางอข้อเท้าไปด้านข้าง ก็จะพบว่ามันออกจะติดๆซักหน่อย นั่นเป็นเพราะเรามี"เอ็นข้อเท้า" ที่ด้านข้างของเท้ายึดข้อเท้าเราไว้ ทีนี้นึกถึงเวลาที่เราข้อเท้าพลิกอย่างเร็วๆ เอ็นตรงนั้นก็จะเกิดการดึงยืด หรืออาจจะฉีกขึ้นมา ถ้าล้มแรงมากเช่น นอกจากข้อเท้าจะพลิกแล้วยังล้มลงเอากระดูกข้อเท้ากระแทกพื้น  หรือมีอย่างอื่นมาทับอีก อันนี้ก็เป็นไปได้ว่าจะมีกระดูกข้อเท้าหักร่วมด้วย (เริ่มน่ากลัวแล้วหล่ะสิ)

แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าที่เราเป็นรุนแรงแค่ไหน
เวลาที่เราบาดเจ็บข้อเท้าพลิกแล้วไปหาหมอ ความจริงหมอๆทั้งหลายก็มีวิธีประเมินความรุนแรงอยู่ แบ่งเป็น 3 ระดับ

ระดับหนึ่ง คือ ปวดๆ ไม่ค่อยบวมเท่าไหร่ แต่ยังลงน้ำหนักเดินได้ อันนี้ก็ถือว่าเป็นระดับเบาสุด เอ็นข้อเท้าแค่ถูกยืดออก ไม่ฉีกขาด ไม่น่ากลัวเท่าไหร่

ระดับสอง คือ ปวดๆ บวมอยู่บ้าง พอลงน้ำหนักได้บางส่วน แต่ไม่เต็มที่ อันนี้เป็นการฉีกขาดของเอ็นบางส่วน หนักขึ้นมาเล็กน้อย

ระดับสาม คือ ปวดมาก บวมมาก ลงน้ำหนักไม่ได้เลย อาจรู้สึกข้อหลวมๆเล็กน้อย ถึงขั้นนี้แล้วเอ็นข้อเท้าบาดเจ็บมาก อาจถึงกับฉีกทั้งหมด และควรได้รับการเอ็กซเรย์ข้อเท้าที่โรงพยาบาล เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ได้กระดูกหักร่วมด้วย

ส่วนเรื่องกระดูกหักนั้น ถ้าเป็นถึงระดับสาม ก็ควรไปเอ็กซเรย์ แต่ถ้าเป็นแค่ระดับหนึ่ง และสอง ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยมีกระดูกหัก ยกเว้นแต่ว่าเป็นการบาดเจ็บอย่างอื่่นร่วมด้วย เช่นมอเตอร์ไซค์ล้ม ข้อเท้าพลิกแล้วก็โดนรถมอเตอร์ไซค์ทับด้วย อันนี้อาจจะมีส่วนอื่นที่หักร่วมด้วยค่ะ

 ข้อเท้าพลิกม ข้อเท้าแพลง,เท้าพลิก,กระดูกหัก, diary doctor is me, สิ่งที่คุณไม่รู้ แต่หมออยากให้คุณรู้
การรักษาหล่ะ
บอกให้สบายใจก่อนว่า ส่วนใหญ่ไม่ค่อยต้องถึงกับผ่าตัดเท่าไหร่ถึงแม้ว่าจะเป็นระดับสาม แต่ก็มีข้อยกเว้นอยู่บ้าง

การปฏิบัติตัวพื้นฐาน ที่ไม่ว่าเป็นระดับไหนก็ต้องทำคือ "หยุดพัก" หลายคนไม่ยอมหยุดพัก (ปวดซะขนาดนั้น อึดจริงๆ) ด้วยภาระงาน หรือว่าการเรียน อันนี้ต้องบอกไว้เลยนะคะ ถ้าไม่หยุดมันก็ยากที่จะหายจริงๆ เอาสุขภาพไว้ก่อนดีกว่านะคะ นอกจากนั้นก็ควรประคบเย็น 24 ชั่วโมงแรก และนอนยกขาสูง เพื่อลดการบวม

สำหรับระดับหนึ่งและสอง ควรพันผ้ายืดไว้ (Elastic bandage) หลายคนคงเคยเห็นที่เป็นสีเนื้อๆหน่ะค่ะ จะช่วยยึดข้อให้สบายขึ้น และลดอาการบวม กินยาแก้ปวดได้ถ้าปวดมาก ทำแค่นี้ก็พอค่ะ แล้วอาการจะค่อยๆดีขึ้นเอง แต่ที่สำคัญต้อง"พัก"นะคะ

สำหรับระดับสาม นอกจาก พัก ประคบเย็น และยกขาสูงแล้ว อาจจะต้องใส่เฝือกหลังจากที่ยุบบวมลงแล้ว และกินยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ เอ็นข้อเท้าที่ฉีกจะติดได้เองค่ะ

ส่วนกรณีที่ต้องผ่าตัด ก็ได้แก่ นักกีฬาที่จำเป็นต้องใช้ขาอยู่ตลอด หรือบางคนที่หายแล้วข้อหลวมจนทำให้เดินลำบาก หรือคนที่่ต้องผ่าตัดเพราะกระดูกหักจนไม่สามารถรักษาด้วยการใส่เฝือกอย่างเดียวได้ แต่ถ้าเราคนทำงานทั่วไป ไม่ได้ต้องใช้ขาไปวิ่ง หรือเล่นกีฬาอะไรมากมาย ก็ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดหรอกค่ะ

นานแค่ไหนกว่าจะหาย
ถ้าเป็นแค่ระดับหนึ่งหรือสอง ส่วนใหญ่ก็ใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ แต่ถ้าเป็นระดับสามอาจจะต้องใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ หรือประมาณหนึ่งเดือนเลยทีเดียว ที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการหายคือ เมื่ออาการปวดดีขึ้นบ้าง ควรขยับข้อเข่า ข้อนิ้วเท้า รวมไปถึงข้อเท้าบ้าง โดยขยับช้าๆที่ละน้อยเพื่อดูว่าเราขยับได้แค่ไหน เพื่อป้องกันข้อยึดจากการไม่ขยับเป็นเวลานานค่ะ

ระมัดระวังป้องกันอุบัติเหตุ มีสติก่อนสตาร์ทนะคะทุกท่าน


วันเสาร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2556

หมอนรองกระดูกทับเส้นเป็นยังไง?

โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นเป็นอีกหนึ่งโรคที่หลายคนคงเคยได้ยินมา และสิ่งที่ผู้คนขยาดมันก็เพราะได้ยินมาว่าการรักษา คือการผ่าตัด ทุกคนกลัวการผ่าตัด (ขนาดหมอเองก็ยังไม่อยา่กถูกผ่าตัดเลย) โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นคืออะไร เป็นยังไงกันแน่ วันนี้มีคำอธิบายค่ะ

หมอนรองกระดูกที่ว่านี้อยู่ที่กระดูกสันหลัง กระดูกสันหลังเราเป็นชิ้นๆมาเรียงต่อกัน เหมือนที่เห็นในโฆษณานมผสมแคลเซียมทั้งหลาย หรือเหมือนโีครงกระดูกไดโนเสาร์ในพิพิธภัณฑ์ ระหว่างกระดูกแต่ละชิ้นนั้นจะมี "หมอนรองกระดูก"อยู่ หน้าตาคล้ายๆเยลลี่หนึบๆมันช่วยไม่ให้กระดูกสันหลังของเราเสียดสีกันเวลาเราขยับ แล้วก็กระดูกสันหลังแต่ละชิ้นจะมีรูทะลุอยู่ เวลาเอามาต่อกันรูนี้จะตรงกัน เอาไว้เป็นท่อให้"เส้น" วิ่งผ่าน ส่วน"เส้น" นี้คือไขสันหลัง ไขสันหลังคือเหล่าบรรดาเส้นประสาทจากทั่วร่างกายที่มารวมกัน เพื่อเดินทางสู่สมอง เหมือนสายไฟที่ออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ วิ่งไปสู่ปลั๊กไฟยังไงอย่างงั้น ไขสันหลังเนี๊ยวางอยู่ในท่อของกระดูกสันหลัง (หวังว่าที่เล่ามาจะพอนึกภาพออกนะคะ) 

herniated disc, หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท,diary doctor is me, สิ่งที่คุณไม่รู้ แต่หมออยากให้คุณรู้

Source : mountainviewpaincenter.com

ทีนี้ปัญหาหมอนรองกระดูกทับเส้นเกิดจากการที่เจ้าเยลลี่(หมายถึงหมอนรองกระดูก) ที่ปกติจะไม่มายุ่งกับท่อของกระดูกสันหลัง โดยมีเส้นเอ็นยึดไว้ วันดีคืนดีเส้นเอ็นนี้เกิดอ่อนแรง หรือฉีกขาด เจ้าเยลลี่ก็ปลิ้นออกมาทับสายไฟ(ไขสันหลัง)บางส่วน ไขสันหลังของเราไม่มีปลอกหุ้มเหมือนสายไฟนะคะ เป็นแบบลวดเปลือยๆ สายไฟที่โดนเยลลี่(หมอนรองกระดูก)ก็เกิดปัญหาทำงานไม่ได้ขึ้นมา สายไฟเส้นไหนมาจากส่วนไหนของร่างกาย ส่วนนั้นก็จะเกิดอาการเลยค่ะ เริ่มแรกเราก็จะรู้สึก ปวดๆ แปล็บๆ ไปตามเส้นประสาทที่ถูกกด ต่อมาก็อาจจะชา แล้วก็เริ่มอ่อนแรงไป เพราะเส้นประสาทเหล่านั้นทำหน้าที่สั่งงานกล้ามเนื้อด้วย ส่วนจะเป็นตรงไหนบ้างก็แล้วแต่ว่าเจ้าเยลลี่ที่ปริ้นออกมาอยู่ที่กระดูกสันหลังระดับไหนของร่างกาย

สรุปลักษณะอาการให้ฟังนะคะ
ส่วนใหญ่หมอนรองกระดูก (เยลลี่) ที่ปริ้นออกมามักเป็นบริเวณที่ขยับเยอะ ซึ่งมี 2 บริเวณคือ คอ กับเอว บางคนถ้าเป็นนิดเดียว ไม่ถึงกับทับเส้นก็จะไม่มีอาการ ส่วนถ้าทับเส้นขึ้นมาก็จะมีอาการนะคะ 

ถ้าเป็นที่เอวส่วนใหญ่จะบอกได้ว่าอาการเริ่มเกิดเมื่อไหร่ ส่วนใหญ่จะเป็นการก้มๆเงยๆ บางคนจำได้เลยว่าเริ่มเป็นตั้งแต่ก้มลงยกของวันนั้นวันนี้ หลังจากนั้นก็มีอาการชาไปตามขาบางคนเป็นข้างเดียว บางคนเป็นสองข้าง โดยที่อาการชาจะชาไปตามขา"ด้านหลัง" ยาวตั้งแต่ต้นขาไปถึงข้อเท้าเลยทีเดียว (ส่วนใหญ่ถ้าถึงแค่เข่า หรือต้นขา จะเป็นอาการของโรคอื่นนะคะ) เป็นอาการชาๆ หรือเจ็บแปล๊บๆ นอกจากนี้อาจปวดเวลาเดินมากๆ หรือเดินลงเนิน นั่งลงหยุดพักแล้วอาการดีขึ้น ส่วนอาการปวดหลังอาจจะมี หรือไม่มีร่วมด้วยก็ได้ค่ะ

ส่วนถ้าเป็นที่คอ อาจจะมีอาการคล้ายๆกัน แต่เป็นกับแขน อาจเป็นข้างเดียว หรือสองข้างก็ได้ค่ะ 

ถ้ามีอาการทำยังไงดี??
ก็แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจเอ็กซเรย์คลื่นแม่เหล็ก เพื่อดูว่ามีหมอนรองกระดูกทับเส้นจริงๆมั๊ยนะคะ

รักษายังไงบ้าง 
โดยปกติแล้วหมอนรองกระดูกที่ปริ้นออกมา จะสามารถหดตัวลงเองได้เมื่อเวลาผ่านไป ดังนั้นตอนแรกก็ยังไม่ต้องผ่าตัดหรอกค่ะ คนไข้มีอาการดีขึ้นเองได้ในประมาณ 4-6 สัปดาห์ ช่วงแรกก็จะให้รับประทานยาแก้ปวด ร่วมกับกายภาพบำบัด จะมีการออกกำลังกายสำหรับหมอนรองกระดูกทับเส้น เพื่อลดอาการปวด และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบๆกระดูกสันหลัง ซึ่งจะช่วยโรคนี้ได้นะคะ ท่าออกกำลังกายก็จะคล้ายๆท่าโยคะ อย่างท่าไหว้พระอาทิตย์ ขอไม่เล่ารายละเอียดแล้วกันนะคะ เมื่อไปพบแพทย์ก็จะได้ไปพบนักกายภาพบำบัดที่จะแนะนำให้อีกทีค่ะ 

ส่วนการผ่าตัด ซึ่งคนไข้ส่วนน้อยที่จะมาถึงจุดนี้ โดยการผ่าตัดจะทำเมื่อการรักษาที่เล่ามาในช่วงแรกแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ หรือเป็นเยอะมากจนถึงขั้นยืนไม่ได้เดินไม่ได้ อันนี้การกายภาพอย่างเดียวคงไม่สามารถช่วยให้อาการหายได้ จำเป็นต้องผ่าตัดนะคะ สิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงไว้ หากจำเป็นต้องผ่าตัด คือควรทำให้เร็วที่สุด ถ้าเราเป็นมาก แสดงว่าเส้นประสาทถูกทับเยอะ และบางเส้นถึงกับทำงานไม่ได้แล้ว การผ่าตัดแค่ไปเอาหมอนรองกระดูกที่กดเส้นประสาทออก แต่ถ้าทิ้งไว้นานโอกาสที่เส้นประสาทที่ถูกทับจะฟื้นกลับมาเหมือนเดิมก็ยิ่งน้อยลงนะคะ ถ้าคุณหมอที่ไปพบแนะนำว่าต้องผ่าตัด และเรามีโรคประจำตัวไม่มาก ไม่ค่อยเสี่ยงต่อการผ่าตัด ก็อย่าปฏิเสธคุณหมอเลยค่ะ

จบเรื่องโรคหมอนรองกระดูก ขอให้ทุกท่านมีความสุขปราศจากโรคภัยนะคะ